บทอ่านเรื่องที่ 1 : ความสุขแห่งใจ
เมื่อมีทุกข์หรือพบปัญหาและอุปสรรคในชีวิต
หากมีความอดทน เข้มแข็งพอจะสามารถเปลี่ยนจากร้ายให้กลายเป็นเรื่องดี และจะพบกับความสุขของชีวิต ฉะนั้นจึงไม่ควรท้อแท้หมดกำลังใจหรือล้มเลิกความตั้งใจ ขอให้มีความอดทนมานะพยายาม และต่อสู้ไปให้ถึงที่สุด
ต้นไม้ต้นหญ้าบางเบากว่าชีวิตมนุษย์มากนัก
แต่ยังสู้ และเบียดเสียดแทรกจากหินผา จงต่อสู้กับตนเอง เช่น ต้นไม้ ต้นหญ้า
ต้นเล็กที่เบียดแทรกออกจากซอกแตกของร่องหิน จงพยายามที่จะอยู่รอด และดิ้นรนเพื่อตนเองเพื่อชิวิตที่ดีกว่า และเพื่อความไม่ทุกข์อันเป็นเป้าหมายของการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่ไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้ มนุษย์เลือกที่จะเกิดบนความพร้อมทุกสิ่งไม่ได้
แต่มนุษย์เลือกที่จะเป็นในสิ่งที่ต้องการได้ ...ด้วยตนเอง อย่าประมาท ความแตกต่างระหว่างผู้แพ้กับผู้ชนะคือ
ผู้ชนะจะใช้เวลาที่มีอยู่ตรงหน้าเหมือนกับว่ามันเป็นวันสุดท้ายของชีวิตโดยไม่ประมาท
ไม่ใส่ใจกับอดีต และมิได้มุ่งหวังเวลาในอนาคต แต่ผู้แพ้นั้นมัวแต่วนเวียนเพ้อฝันกับความคิดว่าสักวันหนึ่งฉันจะเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ และเป็นอยู่อย่างประมาท
ซ้ำยังมัวแต่พะว้าพะวงกับอนาคตซ้ำยังอาลัยอาวรณ์กับอดีตโดยมิได้ลงมือทำสิ่งใดเลย ดังนั้นจงอย่าเสียเวลาแม้เพียงนิดกับความประมาทในชีวิตเลย
อุปสรรคจะเล็กน้อยหรือจะใหญ่โต
ขึ้นอยู่กับจิตใจนั้นคิดใหญ่หรือใจที่คิดเล็ก ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามปัญหา และอุปสรรคย่อยเกิดขึ้นได้เสมอ หากใจเราไม่ท้อแท้หรือยอมแพ้ก็จะมีโอกาสกลับมาประสบความสำเร็จใหม่ได้
💚💚💚💚💚💚💚💚
อ้างอิง
:
Wonder Man.
(2557). บทความให้กำลังใจสำหรับคนท้อแท้. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก
ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น
มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง
เรามีบ้านใหญ่ขึ้น
แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง
เรามียาใหม่ ๆ
มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง
เรามีความรักน้อยลง
แต่มีความเกลียดมากขึ้น
เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว
แต่เรากลับพบว่า......
แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น……
เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว
แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง
เรามีรายได้สูงขึ้น
แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
เรามีอาหารดีๆ
มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง
2
คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดีๆ
ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ
……โอกาสที่พิเศษสุดแล้ว
จงใช้เวลากับครอบครัว
เพื่อนฝูง และคนที่รักให้มากขึ้น…….
เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม
บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน อย่าผัดวันประกันพรุ่ง
ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
ทุกวัน
ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง
และเวลานี้….
ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่มีเวลาที่จะส่งข้อความนี้ไปให้คนที่คุณรักอ่าน…… แล้วคิดว่า… สักวันหนึ่ง………..ค่อยส่ง.. จงอย่าลืมว่า….สักวันหนึ่ง…..วันนั้น
คุณอาจไม่มีโอกาสมานั่งตรงนี้เพื่อทำอย่างที่คุณต้องการอีกก็ได้
💚💚💚💚💚💚💚💚
อ้างอิง
:
จอร์จ คอลลิน. (2544). สิ่งที่เรามองข้าม. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://writer.dek-d.com/
lovesuper-junior/story/viewlongc.php?i
d=656731&chapter=22. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561.
บทอ่านเรื่องที่ 3 : แด่คนที่ยังไม่สิ้นหวัง
ถ้าโกรธกับเพื่อน. .
. มองคนไม่มีใครรัก
ถ้าเรียนหนักๆ . . . มองคนอดเรียนหนังสือ ถ้างานลำบาก...มองคนอดแสดงฝีมือ ถ้าเหนื่อยงั้นหรือ...มองคนที่ตายหมดลม
ถ้าขี้เกียจนัก . . . มองคนไม่มีโอกาส
ถ้างานผิดพลาด . . . มองคนไม่เคยฝึกฝน
ถ้ากายพิการ . . . มองคนไม่เคยอดทน
ถ้างานรีบรน . . . มองคนไม่มีเวลา
ถ้าตังค์ไม่มี . . . มองคนขอทานข้างถนน
ถ้าหนี้สินล้น . . . มองคนแย่งกินกับหมา
ถ้าข้าวไม่ดี . . . มองคนไม่มีที่นา
ถ้าชีวิตแย่ . . .มองคนที่แย่ยิ่งกว่า
อย่ามองแต่ฟ้า . . .ที่สูงเกินตาประจักษ์
ความสุขข้างล่าง . . . มีได้ไม่ยากเย็นนัก
เมื่อรู้แล้ว . . . จัก . . . ภาคภูมิชีวิตแห่งตน
ถ้างานผิดพลาด . . . มองคนไม่เคยฝึกฝน
ถ้ากายพิการ . . . มองคนไม่เคยอดทน
ถ้างานรีบรน . . . มองคนไม่มีเวลา
ถ้าตังค์ไม่มี . . . มองคนขอทานข้างถนน
ถ้าหนี้สินล้น . . . มองคนแย่งกินกับหมา
ถ้าข้าวไม่ดี . . . มองคนไม่มีที่นา
ถ้าชีวิตแย่ . . .มองคนที่แย่ยิ่งกว่า
อย่ามองแต่ฟ้า . . .ที่สูงเกินตาประจักษ์
ความสุขข้างล่าง . . . มีได้ไม่ยากเย็นนัก
เมื่อรู้แล้ว . . . จัก . . . ภาคภูมิชีวิตแห่งตน
💚💚💚💚💚💚💚💚
อ้างอิง :
EYESTYLE. (2555). ถ้าคุณกำลังท้อ..ลองอ่านนี่ดู. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://writer.dek-d.com/
lovesuper-junior/story/viewlongc.php?i d=656731&chapter=14. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน
2561
บทอ่านเรื่องที่ 4 : เจ้าป่า
ณ ป่าแห่งหนึ่งมีเสือโคร่งตัวใหญ่
นิสัยอันธพาลเกเร วันๆมันจะเที่ยวรังแกสัตว์น้อยใหญ่ไปทั่ว วันหนึ่งเจ้าเสือโคร่งไล่แกล้งรังแกกระต่ายน้อยจนสาแก่ใจ กระต่ายน้อยเสียใจมากที่ตนไม่มีพละกำลังจะต่อสู้กับเสือโคร่งได้
จึงร้องไห้ เทพารักษ์ประจำป่าจึงปรากฏตัวขึ้นมาห้ามไม่ให้เสือโคร่งรังแกกระต่ายอีก โดยเทพารักษ์จะให้พรวิเศษ 2 ข้อแก่สัตว์ทั้งสองด้วย
เสือโคร่งรับปากว่าจะไม่แกล้งกระต่ายน้อยอีกและจะเป็นผู้ขอพรวิเศษก่อน เสือโคร่ง :
ท่านเทวดา พรข้อที่ 1 ข้าขอให้ภายในรัศมี 300
เมตร นี้มีเสือตัวเมียเยอะๆ
เสือโคร่งร้องขอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มโดยหวังว่าต่อไปนี้ตนเองจะมีเสือตัวเมียมารุมติดพันเยอะที่สุด
เทพารักษ์ : ขอให้เเสือโคร่งได้พรตามที่ขอ...แล้วเจ้ากระต่ายล่ะจะขอพรอะไร
กระต่าย : ท่านเทวดา
ข้าขอให้ตัวเองมีพละกำลังวิ่งได้เร็วที่สุดในโลก แม้เสือก็ตามไม่ทัน
เทพารักษ์ : ขอให้กระต่ายได้พรตามที่ขอนะ....ต่อไปพรข้อที่
2 สุดท้ายแล้วคิดให้ดีล่ะพวกเจ้าต้องการอะไรว่ามา
เสือโคร่งยิ้มเยาะกระต่ายที่ขอพรไร้สาระที่สุด
และด้วยความมักมากเสือโคร่งจึงขอพรข้อที่ 2
ทันทีว่า
เสือโคร่ง : พรข้อที่ 2 ข้าขอให้เสือทุกตัวภายในป่าทั้งป่านี้กลายเป็นตัวเมียให้หมด
เสือโคร่งพูดด้วยความกระหยิ่มใจ
คิดว่าต่อไปนี้ตนจะเป็นเสือตัวผู้ตัวเดียวในป่านี้ และจะจับเสือตัวเมียทุกตัวมาเป็นคู่ของตนเองให้หมดป่า
เทพารักษ์ : ขอให้เสือโคร่งได้พรตามที่ขอนะ..เจ้าได้พรครบ 2
ข้อ แล้ว...เอ้าต่อไปเจ้ากระต่ายพรข้อที่ 2
ข้อสุดท้ายของเจ้า..เจ้าต้องการอะไรว่ามา
กระต่ายน้อยหันไปยิ้มกับเสือโคร่งแว้บหนึ่ง
ก่อนจะหันกลับมาพูดกับเทพารักษ์ว่า
กระต่าย : พรข้อที่ 2 ของข้านี้
ข้าขอให้เจ้าเสือโคร่งเป็นเกย์ พูดจบกระต่ายก็วิ่งหนีหายลับไปด้วยความรวดเร็ว
💚💚💚💚💚💚💚💚
อ้างอิง
:
นิทานตลก. (2557). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://writer.dek-d.com/
lovesuper-junior/story/viewlongc.php?i d=656731&chapter=5. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561.
แม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลกนั้นก็คือ แม่น้ำอะเมซอน (Amazon River) เป็นแม่น้ำที่อยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศเปรู
แล้วไหลออกไปยังมหาสมุทรของประเทศบราซิล โดยมีความยาวถึงประมาณ 6,400 กิโลเมตร และมีปากแม่น้ำกว้างมากถึง 272 กิโลเมตรเลยทีเดียว
ซึ่งแม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลกอย่างแม่น้ำอะเมซอนยังเป็นแม่น้ำที่มีปริมาณน้ำมากที่สุดอีกด้วย
โดยมีปริมาณน้ำที่ไหลออกไปยังมหาสมุทรแอตแลนติกนั้นมีมากถึงราว 45 ล้านแกลลอนต่อวินาทีเลยทีเดียว ในช่วงหน้าฝนปริมาณน้ำฝนที่ตกในบริเวณนี้ตกเฉลี่ยถึงปีละ 3 เมตร
และแม่น้ำอะเมซอนนี้ยังถือเป็นแหล่งรวมของการผจญภัยที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นน่ากลัวจนได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความหฤโหดเลยทีเดียว ทั้งยังมีสัตว์น้ำหลายพันชนิดที่มีความดุร้ายอย่างปิรันย่า, มดคันไฟ หรือจระเข้เคแมน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำสาขาอีกมากกว่า 1,100 สาขาเลยทีเดียว ที่แยกออกจากแม่น้ำอะเมซอน
รวมทั้งเป็นแม่น้ำที่เรียกว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลกอีกด้วย
แถมยังมีจำนวนปลาหลากหลายสายพันธุ์อาศัยอยู่อย่างมากมายอีกถึงกว่า 3,000 ชนิดเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Pirarucu ที่เป็นปลาน้ำจืดที่ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หรือ Tambaqui เป็นปลาที่มีฟันแข็งแรงมากๆ กินผลไม้ในตระกูล Characin และสามารถกัดกะเทาะเมล็ดที่มีความแข็งมากๆ ได้ เป็นต้น
💚💚💚💚💚💚💚💚
อ้างอิง
:
เกร็ดความรู้.net. (ม.ป.ป.). ที่สุดในโลก.
[ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://www.เกร็ดความรู้.net./
แม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลก.
สืบค้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561
บทอ่านเรื่องที่ 6 : ตำนานรอยพระพุทธบาทสระบุรี
💚💚💚💚💚💚💚💚
อ้างอิง :
บทอ่านเรื่องที่ 7 : อาจารย์กับลูกศิษย์
บทอ่านเรื่องที่ 8 : สมุนไพรใกล้ตัว
บทอ่านเรื่องที่ 9 : ค้างคาว 3 ตัว
บทอ่านเรื่องที่ 10 : เรียนให้เก่งต้องทำแบบไหนนะ
💚💚💚💚💚💚💚💚
ในดินแดนไทยมีการค้นพบรอยพระพุทธบาทตั้งแต่สมัยทวารวดี
สุโขทัย อยุธยา เรื่อยมาจนปัจจุบัน แต่ที่โดดเด่นเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือ
รอยพระพุทธบาท ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี
การค้นพบรอยพระพุทธบาทในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
มีการส่งคณะสงฆ์จากกรุงศรีอยุธยา
ไปยังลังกาทวีปเพื่อนมัสการพระพุทธบาท
ณ เขาสุมนกูฏ ทว่าครั้นเมื่อเดินทางไปถึง พระสงฆ์ชาวลังกากลับทักท้วงว่า “เหตุใดจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ ทั้งที่ดินแดนไทยเองก็เป็นหนึ่งในห้าแห่งที่พบรอยพระพุทธบาท
นั่นคือเขาสุวรรณบรรพต ขอให้ลองกลับไปตรวจตราดู”
เมื่อความทราบถึงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างสูง พระองค์จึงโปรดฯ ให้ทุกหัวเมืองออกตรวจตราหาเขาสุวรรณบรรพตและรอยพระพุทธบาททันที
ไม่นานนักเจ้าเมืองสระบุรีจึงมีหนังสือแจ้งเข้ามาว่า “มีผู้พบรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาสุวรรณบรรพต หัวเมืองสระบุรี”
เมื่อสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมเสด็จไปยังยอดเขานั้น
ทรงพบ “รอยเท้าขนาดใหญ่” อยู่จริง
เมื่อเห็นว่ารอยเท้านั้นประกอบด้วยลวดลายมงคลตรงกับที่พระสงฆ์ทางลังกาแจ้งไว้ทุกประการ
พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริว่า “ชะรอยจะเป็นรอยพระพุทธบาทที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเคยประทับไว้แต่ครั้งพุทธกาลเมื่อคราวเสด็จมาเผยแพร่คำสอน
จึงควรยกย่องสถาปนาให้เป็น พระมหาเจดีย์สถาน สำหรับสักการะบูชาต่อไป” พระพุทธบาทสระบุรี จึงกลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไปโดยปริยาย
พระมหากษัตริย์ไทยเกือบทุกพระองค์ทรงให้ความเคารพบูชาพระพุทธบาทและเสด็จฯ ไปนมัสการรอยพระพุทธบาทบ่อยครั้งจนเป็นประเพณี
💚💚💚💚💚💚💚💚
อ้างอิง :
pitch. (2560.). ตามรอยพระบาทยาตรา
“องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า” ที่วัดพระพุทธบาท สระบุรี.
[ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/dhamma/30557.html. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561
อาจารย์คนหนึ่งชวนลูกศิษย์ไปเดินเล่นที่ชายหาด อาจารย์ได้เริ่มสอนลูกศิษย์
ด้วยการใช้ไม้ขีดเส้นสองเส้นลงไปบนผืนทราย เป็นเส้นคู่ขนาน ยาว 4 ฟุต และ 2 ฟุต ตามลำดับ อาจารย์กล่าวว่า “เธอจะสามารถทำให้เส้น 2 ฟุต ยาวกว่าเส้น 4 ฟุต ได้หรือไม่ ไหนลองทำให้อาจารย์ดูซิ” ลูกศิษย์ได้คิดหาทางซักพักหนึ่ง
แล้วก็เอามือลบรอยเส้นที่ยาว 4 ฟุต ให้สั้นลงเหลือเพียง 1
ฟุต ทำให้เส้น 2 ฟุตนั้นดูยาวกว่าทันที
แล้วศิษย์ก็ถามอาจารย์ว่า “ทำแบบนี้ใช้ได้ไหมครับ” “เหยียบหัวคนอื่น เพื่อให้ตัวเองอยู่สูงขึ้น”
อาจารย์เขกกบาลลูกศิษย์เบาๆ แล้วกล่าวว่า “คนที่จะยกตนเองให้สูงขึ้น โดยการทำร้ายคนอื่นนั้น ไม่ใช่วิธีที่เหมาะสม ถ้าเลือกใช้วิธีนี้ ชีวิตเธอก็มีแต่คนสาปแช่ง และในระยะยาวชีวิตมักจะล้มเหลว ทางที่ดีควรเลือกวิธีที่จะยกตัวเองขึ้น โดยไม่ไปลดคนอื่นลง”
อาจารย์เขกกบาลลูกศิษย์เบาๆ แล้วกล่าวว่า “คนที่จะยกตนเองให้สูงขึ้น โดยการทำร้ายคนอื่นนั้น ไม่ใช่วิธีที่เหมาะสม ถ้าเลือกใช้วิธีนี้ ชีวิตเธอก็มีแต่คนสาปแช่ง และในระยะยาวชีวิตมักจะล้มเหลว ทางที่ดีควรเลือกวิธีที่จะยกตัวเองขึ้น โดยไม่ไปลดคนอื่นลง”
แล้วอาจารย์ก็ขีดเส้นสองเส้นให้ยาวเช่นเดิม
คือ 2 ฟุต
และ 4 ฟุต จากนั้นอาจารย์ก็ทำให้ดูด้วยการขีดเส้น 2 ฟุตให้ยาวขึ้นเป็น 5 ฟุต แล้วพูดว่า “จงอย่าคิดว่าคู่แข่งของเจ้าคือศัตรู แต่ให้คิดว่าเป็นครูของเจ้า” ที่เธอจะต้องพัฒนาตัวเองให้เทียบเท่าหรือดีกว่า
มันจะทำให้เธอได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างามและยั่งยืน
💚💚💚💚💚💚💚💚
อ้างอิง
:
Happy Day. (2556.). ยกตัวเองขึ้นโดยไม่ลดคนอื่น. [ออนไลน์].
เข้าถึงจาก https://www.kwamru.com/
category/เนื้อเรื่องให้แง่คิด. สืบค้นเมื่อวันที่
7 พฤศจิกายน 2561.
บทอ่านเรื่องที่ 8 : สมุนไพรใกล้ตัว
ฟักทอง (Pumpkin) นั้นจัดเป็นพืชผักที่อุดมไปด้วยประโยชน์นานา มีรสชาติหวาน
ซึ่งทั้งต้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วนเลยก็ว่าได้
โดยชาวจีนมักนิยมเรียกฟักทองนี้ว่า หกกวย, ฮวงกวย หรือแบะกวย
เป็นต้น ฟักทองนี้จัดเป็น 1 ใน 50 สุดยอดสมุนไพรจีนอีกด้วย โดยส่วนใหญ่ผู้คนมักนิยมนำมารับประทานทั้งแบบผลสดแล้วนำไปนึ่ง
หรือปรุงเป็นอาหารคาวและหวานรับประทานกัน นอกจากนี้ยังนำผลฟักทองไปทำเป็นภาชนะสำหรับใส่อาหารชนิดอื่นอีกด้วย
และยังมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรอีกมากมายเลยทีเดียว
ลักษณะทั่วไปของฟักทอง
ฟักทองนั้นจัดเป็นไม้เถาเลื้อย โดยมีลักษณะลำต้นค่อนข้างอวบ มีเถาขนาดใหญ่และยาว รวมทั้งมีขนขึ้นปกคลุมอยู่ ซึ่งใบนั้นจะออกเป็นใบเดี่ยวรูปห้าเหลี่ยมตามลำเถา ส่วนดอกนั้นจะมีสีเหลืองออกเป็นดอกเดี่ยวอยู่ตามส่วนยอดของเถาหรือตามง่ามใบ เป็นรูประฆังหรือกระดิ่ง และผลของฟักทองนั้นจะมีขนาดกลมใหญ่ มีเปลือกหนา แข็ง และขรุขระ อาจมีสีน้ำตาลอมแดง หรือเขียว ก็ได้ตามแต่ละสายพันธุ์ และเนื้อในของฟักทองนั้นจะมีสีเหลืองสวยงามดูน่ารับประทาน พร้อมเมล็ดสีขาวด้านในหลายเมล็ด
ฟักทองนั้นจัดเป็นไม้เถาเลื้อย โดยมีลักษณะลำต้นค่อนข้างอวบ มีเถาขนาดใหญ่และยาว รวมทั้งมีขนขึ้นปกคลุมอยู่ ซึ่งใบนั้นจะออกเป็นใบเดี่ยวรูปห้าเหลี่ยมตามลำเถา ส่วนดอกนั้นจะมีสีเหลืองออกเป็นดอกเดี่ยวอยู่ตามส่วนยอดของเถาหรือตามง่ามใบ เป็นรูประฆังหรือกระดิ่ง และผลของฟักทองนั้นจะมีขนาดกลมใหญ่ มีเปลือกหนา แข็ง และขรุขระ อาจมีสีน้ำตาลอมแดง หรือเขียว ก็ได้ตามแต่ละสายพันธุ์ และเนื้อในของฟักทองนั้นจะมีสีเหลืองสวยงามดูน่ารับประทาน พร้อมเมล็ดสีขาวด้านในหลายเมล็ด
ประโยชน์และสรรพคุณของฟักทอง
– ช่วยยับยั้งและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในร่างกาย โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะปัสสาวะในผู้ที่มีอายุมาก
– ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยเฉพาะช่วงเอวและหัวเข่า
– ช่วยป้องกันการเกิดโรคอัมพฤกษ์หรืออัมพาต
– ช่วยบำรุงให้ผิวพรรณดี เปล่งปลั่ง สดใส
– ช่วยบำรุงและฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง
– ช่วยป้องกันโรคภัยต่างๆ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, โรคทางสายตา หรือบำรุงตับและไต เป็นต้น
💚💚💚💚💚💚💚💚 – ช่วยยับยั้งและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในร่างกาย โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะปัสสาวะในผู้ที่มีอายุมาก
– ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยเฉพาะช่วงเอวและหัวเข่า
– ช่วยป้องกันการเกิดโรคอัมพฤกษ์หรืออัมพาต
– ช่วยบำรุงให้ผิวพรรณดี เปล่งปลั่ง สดใส
– ช่วยบำรุงและฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง
– ช่วยป้องกันโรคภัยต่างๆ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, โรคทางสายตา หรือบำรุงตับและไต เป็นต้น
อ้างอิง
:
เกร็ดความรู้.net. (ม.ป.ป.). สมุนไพร.
[ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://www.เกร็ดความรู้.net./ฟักทอง.
สืบค้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561.
บทอ่านเรื่องที่ 9 : ค้างคาว 3 ตัว
มีค้างคาว 3 ตัว
อาศัยอยู่ในถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งแถวนั้นมีการแย่งชิงที่อยู่กันมาก
ดังนั้นพวกมันจึงตกลงกันว่าจะผลัดกันออกไปหาอาหารกินที่ละตัว
ส่วนที่เหลือทำหน้าที่เฝ้าถ้ำที่อยู่ไว้
โดยค้างคาวตัวที่หนึ่งบินออกไปหากินก่อนแต่มันไปนานเกินกำหนดไว้
ร่วมชั่วโมง กว่าจะกลับมา มันคง
หาของกินได้นิดหน่อยดูปากแล้วไม่มีรอยเลือดติดมาเลย
คาดว่าคงได้กินแค่ผลไม้มาเท่านั้น
แล้วค้างคาวตัวที่สองก็บินออกไป
หาของกินบ้าง มันออกไปนานเกินกำหนดถึง
2 ชั่วโมงกว่าจะกลับมา
แต่มันก็หาของกิน ได้ไม่มากไปกว่าตัวแรกเท่าใดนัก ค้างคาวตัวที่สาม จึงต่อว่า
“กลับมาช้าจังวะ ข้ารอตั้งนาน ตาลายหมดแล้วเนี่ย” พูดจบมันก็บินออกไปทันทีด้วยความโมโหสุดขีด
ผ่านไปแค่
10 นาที ค้างคาวตัวที่ 3 ก็บินกลับเข้ามา
มันเอามือเช็ดเลือดสดๆ ที่ปาก ท่าทางคงจะอร่อย
น่าดู ค้างคาวอีก 2 ตัว
สงสัยยิ่งนักว่าเพื่อนไปหาเลือดสดๆ ใกล้ๆ ได้จากไหน จึงพากันถาม
ตัวที่ 1 : โอ้โห ! แกไปหากินยังไงวะถึงได้เจอของกินเร็วขนาดนั้น
แถมได้กินเลือดด้วย
ตัวที่ 3
: ตอนออกไปพวกแกเห็นตันไม้ใหญ่ ตรงโน้นไหมวะ ค้างคาวตัวที่สามย้อนถาม
ตัวที่ 1
: เห็น
ตัวที่ 2
: ข้าก็เห็น เมื่อเพื่อนๆ ตอบแบบนี้
ค้างคาวตัวที่ 3 จึงพูดแบบเซ็งๆ ว่า “แต่….ข้าไม่เห็นว่ะ"
💚💚💚💚💚💚💚💚
💚💚💚💚💚💚💚💚
อ้างอิง
:
Happy Day. (2556.).บทความตลก. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://www.kwamru.com/ 81. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน
2561.
บทอ่านเรื่องที่ 10 : เรียนให้เก่งต้องทำแบบไหนนะ
1) ต้องตั้งใจเรียน : กฎเบสิกตลอดกาล ถ้าเราฟังในสิ่งที่ครูสอน เราก็ต้องเข้าใจและทำข้อสอบได้ แถมยังได้คะแนนจิตพิสัยดีด้วยนะ
2) หมั่นทำการบ้าน : ได้การบ้านอะไรมาปุ้บ กลับบ้านต้องรีบทำปั้บ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง ไม่งั้นจะกลายเป็นดินพอกหางหมู เพราะเราไม่ได้เรียนแค่วิชาเดียว แต่เราเรียนเป็นสิบวิชา และแน่นอนว่าทุกวิชาต้องมีการบ้านแน่นอน เพราะงั้น ได้การบ้านอะไรมาต้องรีบเคลียร์ จะได้มีเวลาไปทำการบ้านวิชาอื่นอีก ขืนเก็บไว้ทำรวดเดียวแล้วอาจไม่ได้หลับไม่ได้นอนเอานะจ๊ะ
2) หมั่นทำการบ้าน : ได้การบ้านอะไรมาปุ้บ กลับบ้านต้องรีบทำปั้บ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง ไม่งั้นจะกลายเป็นดินพอกหางหมู เพราะเราไม่ได้เรียนแค่วิชาเดียว แต่เราเรียนเป็นสิบวิชา และแน่นอนว่าทุกวิชาต้องมีการบ้านแน่นอน เพราะงั้น ได้การบ้านอะไรมาต้องรีบเคลียร์ จะได้มีเวลาไปทำการบ้านวิชาอื่นอีก ขืนเก็บไว้ทำรวดเดียวแล้วอาจไม่ได้หลับไม่ได้นอนเอานะจ๊ะ
3) พักผ่อนให้เพียงพอ : การพักผ่อนยังเป็นกฎสำคัญของการเรียนหนังสือให้เก่งด้วย
เมื่อเราได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เราก็จะมีพลังงานในการเรียนหนังสือ อีกอย่างสมองของเราก็ต้องการการพักผ่อนด้วยเช่นกัน
เพราะเมื่อเราง่วงหรือร่างกายได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความสามารถในการจดจำ
ความเข้าใจ สมาธิ และการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็จะลดลง
ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการเรียนหนังสือ
4) เรียนรู้สไตล์การสอนของคุณครูแต่ละคน
: คุณครูแต่ละคนมักจะมีวิธีการสอนที่แตกต่างกันออกไป
เมื่อเราจับสไตล์การสอนของครูแต่ละคนได้
เราก็จะมีวิธีการเตรียมตัวก่อนถึงชั่วโมงเรียน อย่างถ้าคุณครูคนนี้ชอบให้นักเรียนช่วยกันคิดกับเพื่อนๆ
ในกลุ่ม เราสามารถเตรียมตัวได้โดยการอ่านเนื้อหาในบทเรียนมาล่วงหน้าได้
5) ช่วยกันติว : วิชาไหนที่ยากๆ
ลองรวมตัวกับเพื่อน 4-5 คน มาช่วยกันติว
ช่วยกันอธิบาย เราไม่เข้าใจตรงไหนก็ให้เพื่อนช่วยสอน ทั้งสนุกและได้ความรู้
เรียกว่าคุ้มมาก
6) ต้องรู้จักแบ่งเวลา : กำหนดเวลาให้ตัวเอง เช่น จะเล่น facebook ถึงสามทุ่ม
และหลังจากนั้นจะต้องทำการบ้านวิชาสังคมให้เสร็จ แล้วถึงจะกลับมาเล่น facebook ได้อีกครั้ง
7) อ่านหนังสือก่อนสอบ : ถ้าเราได้อ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาก่อนไปสอบอย่างน้อย 2 รอบจะช่วยให้เราทำข้อสอบได้ แต่ละคนอาจมีวิธีการอ่านหนังสือที่แตกต่างกันออกไป บางคนชอบอ่านไปฟังเพลงไป หรือบางคนชอบอ่านพร้อมกับเขียนสรุปย่อด้วย ลองหาสไตล์ของตัวเองให้เจอ จะได้สนุกกับการอ่านนะจ๊ะ
8) ถ้าไม่เข้าใจให้ถาม : ข้อไหนไม่เข้าใจอาจถามคุณครูท้ายคาบเรียนก็ได้ คุณครูยินดีที่จะอธิบายข้อสงสัยให้ ฟังอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ไม่เข้าใจตรงไหนต้องถามจะได้กระจ่าง
7) อ่านหนังสือก่อนสอบ : ถ้าเราได้อ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาก่อนไปสอบอย่างน้อย 2 รอบจะช่วยให้เราทำข้อสอบได้ แต่ละคนอาจมีวิธีการอ่านหนังสือที่แตกต่างกันออกไป บางคนชอบอ่านไปฟังเพลงไป หรือบางคนชอบอ่านพร้อมกับเขียนสรุปย่อด้วย ลองหาสไตล์ของตัวเองให้เจอ จะได้สนุกกับการอ่านนะจ๊ะ
8) ถ้าไม่เข้าใจให้ถาม : ข้อไหนไม่เข้าใจอาจถามคุณครูท้ายคาบเรียนก็ได้ คุณครูยินดีที่จะอธิบายข้อสงสัยให้ ฟังอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ไม่เข้าใจตรงไหนต้องถามจะได้กระจ่าง
💚💚💚💚💚💚💚💚
อ้างอิง
:
พี่เตย. (2555.). อยากเรียนเก่งต้องทำแบบนี้. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://www.dek-d.com/nugirl/29771. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน
2561.
มีมารน้อย 3 ตน
แอบมาขโมยความสุขของมนุษย์ไป แล้วก็ปรึกษากันว่าจะเอาไปซ่อนที่ไหนดี มารน้อยตนที่ 1
ก็ว่าควรเอาไปซ่อนที่ภูเขาที่สูงที่สุดในโลก มารน้อยตนที่ 2 ว่าเพื่อนเอ๋ย มนุษย์นั้น
ไม่กลัวความสูง แต่กลัวหายใจไม่ออก เพราะสังเกตได้ว่า
ดำน้ำได้นิดเดียวก็ทะลึ่งพรวดขึ้นมาแล้ว เพราะกลัวหายใจไม่ออก แต่บนภูเขาอากาศดี
มนุษย์ชอบไปเที่ยวภูเขา เอาไปซ่อนไว้ใต้บาดาลดีกว่า มารน้อยตนที่ 3 แย้งว่าอย่าเลยเพื่อนเอ๋ย
มนุษย์มันเก่ง สร้างเครื่องมือหาของในทะเล ในอากาศได้
เดี๋ยวมันก็หาเจอแต่สังเกตได้ว่า นัยน์ตามนุษย์มองไปข้างนอก หูก็ชอบฟังเสียงข้างนอก
ชอบไปเที่ยวข้างนอกเราควร แอบเอาไปซ่อนไว้ในใจมันดีกว่า
มนุษย์หาไม่เจอแน่ๆ เพราะว่ามนุษย์ชอบหาความผิดของคนอื่น ไม่ชอบขัดใจตัวเอง
ไม่ชอบดูจิตใจของตัวเอง มารน้อยทั้ง 3 ตน
ก็ตกลงความเห็นเป็นเช่นเดียวกัน ตั้งแต่นั้นมามารน้อยก็เอาความสุขของมนุษย์ไปซ่อนไว้ที่ใจของมนุษย์เอง ดังนั้นมนุษย์ผู้โง่เขลาจึงออกตามหาความสุขที่อื่น ที่ภูเขา ที่ชายทะเล
ที่คลับ ที่ร้องเพลง เขาจึงหาความสุขไม่พบ มนุษย์ต้องออกไปข้างนอกหาความสุขในที่ผิด
ๆ ตลอดมา เพราะว่าเขามีทุกข์
จึงต้องออกไปหาความสุขมากลบเกลื่อน มาเฉลี่ยเพื่อให้ทุกข์นั้นน้อยลง ไปสำมะเลเทเมา ดื่มกินเที่ยว เบียดเบียนคนอื่นเพื่อให้ตนมีความสุขมากขึ้น แต่สุดท้ายความทุกข์นั้นก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม
โดยหารู้ไม่ว่า ความสุขเขาที่เฝ้าติดตามเฝ้าหา อยู่ที่ใจตัวเองนั่นเองใยต้องออกไปหาความสุขที่อื่น
เพราะต่อให้เขาหาเท่าไหร่ ถ้าใจยังร้อนรุ่ม ไม่สงบเย็น ไม่มีสติ ก็หาสุขนั้นไม่พบ
💚💚💚💚💚💚💚💚
บทอ่านเรื่องที่ 12 : เอกลักษณ์ไทย
อ้างอิง
:
บาย บาย แมนชั่น. (2559.).ความสุขถูกซ่อนไว้ที่ไหน. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://www.facebook.com/ byebyemansion/photos/pb.1740583229517161. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561.
บทอ่านเรื่องที่ 12 : เอกลักษณ์ไทย
เอกลักษณ์ไทย คือ สิ่งที่บ่งบอกความเป็นชาติไทยได้อย่างชัดเจน
และเป็นวัฒนธรรมอันมีค่ายิ่งสำหรับคนไทยทุกคน จะมีอยู่ทุกภาคของประเทศ
มีมากมายหลายประการ แต่เมื่อรวบรวมเป็นหมวดหมู่แล้ว พอสรุปได้ 6 ประการ ได้แก่
1) ภาษาไทย คือ ภาษาพูดที่ใช้สื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ
ถึงแม้จะมีสำเนียงที่แตกต่างกันไปบ้างในแต่ละพื้นที่
รวมถึงการใช้ศัพท์กับบุคคลในระดับต่าง ๆ และ อักษรไทยที่ใช้ในภาษาเขียนโดยทั่วไป ภาษาไทยจึงเป็นเอกลักษณ์ของชาติอย่างเด่นชัดและมีถ้อยคำที่สละสลวย
2) การแต่งกาย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันการแต่งกายของชาวไทยจะเป็นสากลมากขึ้น
แต่ก็ยังคงเครื่องแต่งกาย ของไทยไว้ในโอกาสสำคัญต่าง ๆ เช่น ในงานพระราชพิธี งานที่เป็นพิธีการ พิธีแต่งงาน
เทศกาลและงานประเพณีที่จัดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นเป็นไทยอย่างชัดเจน
ในบางหน่วยงานของราชการมีการรณรงค์ให้แต่งกายในรูปแบบไทย ๆ ด้วย
ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เช่น
วันจันทร์ข้าราชการแต่งชุดสีกากี
ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของไทยอีกประการหนึ่ง ส่วนวันอังคารชาวเชียงรายแต่งชุดสีม่วงซึ่งเป็นสีประจำจังหวัดเชียงราย
3) การแสดงความเคารพด้วยการไหว้และกราบ ซึ่งแบ่งแยกออกได้อย่างชัดเจน
เช่น กราบพระพุทธรูป กราบพระสงฆ์ กราบไหว้บุคคลต่างฐานะหรือวัยต่าง ๆ
ตลอดจนการวางตนด้วยความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน การแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ
ความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
4) สถาปัตยกรรม
ประติมากรรม เห็นได้จากชิ้นงานที่ปรากฏในศาสนสถาน
โบสถ์ วิหาร ปราสาทราชวัง และอาคารบ้านทรงไทย พระพุทธรูปเชียงแสน พระพุทธรูปปางต่าง ๆ
5) ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี ประเทศไทยมีการติดต่อกับหลายเชื้อชาติ
ทำให้มีการรับวัฒนธรรมของชาติต่าง ๆ เข้ามา
แต่คนไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม และปฏิบัติสืบต่อกันมาจนกลายเป็น
ส่วนหนึ่งใน วิถีชีวิตของไทย เช่น ประเพณีกินเจ ประเพณีล่องเรือไฟ
ประเพณีแข่งเรือ
6) ดนตรีไทย กีฬาไทย
และการละเล่นพื้นเมืองต่าง ๆ ประเทศไทยมีสะล้อ
ซอ ซึง ปี่ พิณพาทย์ ระนาด
ฆ้องวง เป็นเครื่องดนตรีไทย และกีฬาไทยที่ขึ้นชื่อคือมวยไทยและการละเล่นพื้นบ้านพื้นเมืองอีกมากมาย
เช่น ลิเก โขน
ลำตัด หมอลำ ซอ กลองยาว ฯลฯ นับว่าเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ไทยคงเป็นไทยอยู่ทุกวันนี้ที่ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวและชื่นชม
💚💚💚💚💚💚💚💚
อ้างอิง
:
xutnutt. (2559.).เอกลักษณ์ไทย. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://xutnutt4.wordpress.com/
ประเภทของเอกลักษณ์ไทย/. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561
บทอ่านเรื่องที่ 13 : 5 วิธีเด็ดลดการใช้มือถือ
2. เช็คตัวเองว่าใช้มือถือเยอะไปหรือไม่
คุณอาจตกใจถ้ารู้ว่าแต่ละวัน
คุณเสียเวลาไปกับการใช้มือถือนานแค่ไหน ลองใช้แอพพลิเคชั่นที่ช่วยเช็คเวลา เช่น
แอพฯ QualityTime สำหรับ Android หรือ แอพฯ
Moment สำหรับ iOS
ซึ่งทั้ง 2 แอพฯ สามารถตรวจสอบการใช้มือถือของคุณ
และแจ้งเตือนว่าใช้มือถือไป
กี่ชั่วโมงต่อวัน ถือว่ามีประโยชน์มากและยังช่วยคุณบริหารเวลาในการลดใช้มือถือได้อีกด้วย
คนไทยที่มีการใช้งานโทรศัพท์มือถือในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
เฉลี่ย 5.7
ชั่วโมงต่อวัน หรือเท่ากับ “ครึ่งวันทำงาน”
เลยทีเดียว จะทำอย่างไร เพื่อลดพฤติกรรมนี้แล้วแบ่งเวลาเกือบครึ่งวันกลับมาให้ตัวเอง
5 วิธีนี้ที่จะทำให้คุณลดการใช้มือถือในแต่ละวันได้
1. ปิดฟีเจอร์การแจ้งเตือน
การที่คุณเปิดการแจ้งเตือนไว้ในทุกแอพพลิเคชั่น
หรือทุกช่องทางการติดต่อบนสมาร์ทโฟน อาจทำให้คุณเสียเวลามาคอยลบ Notification เหล่านั้นอยู่เป็นประจำ
ดังนั้นเพื่อเพิ่มเวลาให้ชีวิต คุณควรปิดฟีเจอร์นี้ทุกๆ ช่องทาง เหลือไว้เฉพาะช่องทางที่จำเป็นเท่านั้น
2. เช็คตัวเองว่าใช้มือถือเยอะไปหรือไม่
คุณอาจตกใจถ้ารู้ว่าแต่ละวัน
คุณเสียเวลาไปกับการใช้มือถือนานแค่ไหน ลองใช้แอพพลิเคชั่นที่ช่วยเช็คเวลา เช่น
แอพฯ QualityTime สำหรับ Android หรือ แอพฯ
Moment สำหรับ iOS
ซึ่งทั้ง 2 แอพฯ สามารถตรวจสอบการใช้มือถือของคุณ
และแจ้งเตือนว่าใช้มือถือไป
กี่ชั่วโมงต่อวัน ถือว่ามีประโยชน์มากและยังช่วยคุณบริหารเวลาในการลดใช้มือถือได้อีกด้วย
3. กำหนดเวลา “งดมือถือ” ในแต่ละวันคุณควรจัดสรรชั่วโมงในการ “งดมือถือ” โดยอาจจะเป็นช่วงพักทานอาหารตอนเที่ยง หรือในขณะเข้าห้องน้ำ
เพื่อปล่อยให้สมองโล่งจากข้อมูลและการติดต่อสัก 10 นาที
ไปจนถึง 1 ชั่วโมง หากว่าทำได้ตามนี้
คุณจะประหลาดใจว่าทำไมจึงมีเวลาในการอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น หรือมีเวลาเดินเล่น
ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมใหม่ ๆ ที่รอแค่เวลาให้คุณวางมือถือในทุก ๆ วันนั่นเอง
4. อย่าใช้มือถือแทนนาฬิกาปลุก หยุดการนำสมาร์ทโฟนวางไว้ใกล้หมอนขณะเข้านอน
หรือใช้แทนนาฬิกาปลุก ทางที่ดีควรวางไว้ให้ห่างจากเตียงนอนให้มากที่สุด
ให้ไกลพอที่คุณจะขี้เกียจลุกมาคอยดูคอยส่องโลกโซเชียลมีเดีย ว่ามีใครแชทมาหรือไม่
เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณ 5. ฝึกนิสัยการไม่มีมือถือ วิธีที่ง่ายเริ่มจากเปลี่ยนวิธีการใช้มือถือ โดยคุณจะต้องฝึกมองดูจอมือถือเพียง1 นาที แล้วเช็คข้อมูลในทุกๆ ช่องทางการติดต่อในทุกแพล็ตฟอร์ม
เมื่อเช็คเรียบร้อยแล้วจากนั้นให้ “ปิดหน้าจอมือถือ
แล้วตั้งเวลาเตือนไว้ 15 นาที จากนั้นคว่ำหน้าจอมือถือลง” ซึ่งวิธีการ “วางคว่ำจอมือถือ” จะสั่งการสมองคุณให้ปลดปล่อยการรับข้อมูล ลดความเครียด และลดความวิตกกังวล
อันเป็นสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพและเสียเวลาชีวิตไปกับการก้มมองหน้าจอมือถือตลอดเวลาได้
💚💚💚💚💚💚💚💚
อ้างอิง
:
YENGOBUZZ. (ม.ป.ป.). 5 วิธีเด็ด “ลดการใช้มือถือ” ไม่ให้แย่งเวลาชีวิตคุณ.
[ออนไลน์].
เข้าถึงจาก http://www.yengobuzz.com/-วิธีลดการใช้มือถือ/.
สืบค้นเมื่อวันที่
7
พฤศจิกายน 2561.
บทอ่านเรื่องที่ 14 : อินทสมานโคตตชาดก
นานมาแล้ว ในเมืองพาราณสี
มีครูดาบสคนหนึ่งดูแลอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ของตนที่มีมากถึง 500 คน ในจำนวนนั้นมี “อินทสมานโคตร”
ซึ่งเป็นลูกศิษย์นิสัยดื้อรั้น ว่ายากสอนยาก และไม่ค่อยเชื่อฟังใคร
วันหนึ่งอินทสมานโคตรเข้าป่าเพื่อหาผลไม้บังเอิญไปพบลูกช้างกำลังยืนเศร้าสร้อยข้างๆ
ศพแม่ของมัน อินทสมานโคตรจึงนำลูกช้างกลับมาเลี้ยงที่อาศรม
ครูดาบสเห็นเช่นนั้นจึงห้ามว่า
“อินทสมานโคตร
ขึ้นชื่อว่าช้างเมื่อมันโตขึ้นมันจะฆ่าคนเลี้ยงนะ เจ้าอย่าเลี้ยงลูกช้างนี้เลย”
แม้ครูดาบสจะห้ามปรามอย่างไรก็ไม่เป็นผล อินทสมานโคตร
ยังคงเก็บลูกช้างไว้ที่อาศรมของตน และคอยหาผลไม้หาหญ้ามาให้กินมิได้ขาด
ผ่านไปหลายปีลูกช้างเติบโตขึ้นเป็นช้างเกเรดุดัน ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ง่ายๆ
นอกจากคนเลี้ยงเท่านั้น ฤดูกาลผันเปลี่ยน ผลไม้เริ่มหายากขึ้น
ครูดาบสนั่งสมาธิแล้วบอกให้บรรดาลูกศิษย์เดินทางไปหาผลไม้อีกทิศหนึ่งของป่า ทุกคนต่างเชื่อฟังและออกเดินทางไปตามนั้น
ส่วนอินทสมานโคตร ไม่อยากจากช้างของตน
แต่ก็จำใจต้องออกไปหาผลไม้มาเลี้ยงตนเองและช้างด้วย อินทสมานโคตรจึงต้องไปหลายวันเพื่อหาผลไม้ให้ได้เยอะๆ
จะได้เพียงพอสำหรับตนและช้าง
ส่วนช้างก็เฝ้ารออินทสมานโคตรด้วยความหิวโหยกระวนกระวาย
ผ่านไปหลายวันช้างเริ่มหงุดหงิด มันฟาดงวงฟาดงาเพื่อระบายความโมโหหิวตามนิสัยช้างป่าทำให้อาศรมพัง
ข้าวของเสียหายไปมาก ผ่านไป 5 วัน อินทสมานโคตรกลับมาถึงอาศรมของตน
ช้างมองเห็นอินทสมานโคตรเดินเข้ามาหา ด้วยความที่มันหงุดหงิดโมโหหิว และคิดว่าอินทสมานโคตรไม่นำอาหารมาให้กิน
มันจึงวิ่งตรงเข้าไปทำร้ายอินทสมานโคตรจนตายอย่างน่าสังเวชอยู่ตรงนั้นเอง
หลังจากนั้นช้างเกเรก็วิ่งหายเข้าไปในป่า
น่าเศร้าใจยิ่งนักที่อินทสมานโคตรต้องมาจบชีวิตลง
โดยไม่มีโอกาสที่จะสำนึกถึงคำเตือนของผู้มีพระคุณ เมื่อทุกคนช่วยกันปลงศพอินทสมานโคตรเเรียบร้อยแล้ว
ครูดาบสก็อบรมสั่งสอนเหล่าลูกศิษย์ว่า
“ดาบสทั้งหลายเอ๋ย
เราไม่ควรทำความสนิทสนมกับคนชั่วหรือยอมเป็นมิตรกับคนทุศีลไร้ยางอาย”
ครูดาบสอบรมให้บุคคลคบค้ากระทำไมตรีแต่กับสัตตบุรุษ
คือคนดี จะได้ไม่ต้องพบวิบัติดับชีวิตลงเหมือนกับอินทสมานโคตรศิษย์ผู้ดื้อรัน ผู้มีกรรมคนนี้
จากนั้นครูดาบส จึงกล่าวอีกว่า “ธรรมดาคนเราไม่ควรทำตัวเป็นผู้ว่ายากสอนยาก”
💚💚💚💚💚💚💚💚
อ้างอิง
:
ดีเอ็มซี
ทีวี. (2557).ชาดก 500 ชาติ. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://www.dmc.tv/pages/
นิทานชาดก/นิทานชาดก-อินทสมานโคตตชาดก.thml. สืบค้นเมื่อวันที่
2
เมษายน 2562.
บทอ่านเรื่องที่ 15 : ต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบริเวณบ้าน
มีพันธุ์ไม้ไม่กี่ชนิดที่เป็นความเชื่อของคนโบราณสืบต่อกันมาว่า
เมื่อนำมาปลูกในบ้านที่พักอาศัยแล้วอาจไม่ดี ไม่เป็นมงคล
ส่วนใหญ่สอดคล้องกับชื่อของต้นไม้ เช่น
เต่าร้าง คนไทยเชื่อว่าจะส่งผลไม่ดีให้แก่ผู้ปลูก
ถือว่านามไม่เป็นมงคล เชื่อว่าหากสามีภรรยาปลูกต้นเต่าร้างไว้หน้าบ้าน
อาจต้องหย่าร้างกัน
โศก ก็เป็นต้นไม้อีกชนิดที่คนไทยไม่นิยมปลูกไว้ในบ้าน
เพราะชื่อชวนหดหู่ใจ คนในบ้านจะมีแต่ความทุกข์โศก แต่แท้จริงแล้วชื่อเดิมของ โศก
คือ อโศก ต่างหากซึ่งไม่ได้หมายถึงความโศกเศร้าเลย
ชบา สมัยโบราณไม่นิยมปลูกชบาไว้ในบ้าน
เพราะเป็นดอกไม้ที่จะนำไปใช้เมื่อเกิดเรื่องร้ายๆ เช่น
นำดอกชบามาร้อยเป็นพวงแล้วนำมาสวมคอหญิงชายที่เป็นชู้กัน
หรือนำดอกชบาไปสวมคอนักโทษที่ถูกประหาร
งิ้ว ไม่พ้นเรื่องต้นไม้สัญลักษณ์ของการมีชู้
คนสมัยเก่าจึงไม่นิยมปลูกไว้ในบ้าน แต่ตามอาคาร หรือสำนักงาน
ต่างก็นิยมปลูกต้นงิ้ว ซึ่งเชื่อว่าถ้าไม่ใช่ที่พักอาศัยก็ไม่เป็นไร
มะละกอ เชื่อว่ามะละกอนั้น เหมือนการแตกกอ หรือ ละ
ออกจากเทือกเถาเหล่ากอ บ้านไหนปลูกไว้ในบริเวณบ้านลูกหลานจะแตกแยก
ขณะที่คนภาคอีสานเชื่อว่าการปลูกมะละกอหลังบ้านจะถูกหลอกได้ง่าย
แต่นิยมปลูกโดยเลือกปลูกนอกรั้วบ้านได้
นางแย้มป่า ไม้ชนิดนี้เชื่อว่ามีผีสางนางไม้สิงอยู่
ห้ามนำมาปลูกในบ้าน วันดีคืนดีนางแย้มป่าจะสำแดงเดชรังแกผู้คนในบ้านทำให้เจ็บป่วยลงได้ ยุคสมัยเปลี่ยนไปหลายคนไม่เชื่อถือว่าเป็นเรื่องเคร่งครัดในการที่จะนำไม้ต้องห้ามมาปลูก
💚💚💚💚💚💚💚💚
อ้างอิง : ชูชาติ สมบูรณ์มิตร. (ม.ป.ป.). ไม้มงคล. กรุงเทพฯ
: สำนักพิมพ์สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ
จำกัด.
ไม่มีความคิดเห็น:
ไม่อนุญาตให้มีความคิดเห็นใหม่